ข่าวประชาสัมพันธุ์ » แผนกลยุทธ์“TPA Cluster” ภายใต้กรอบการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืน

แผนกลยุทธ์“TPA Cluster” ภายใต้กรอบการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืน

3 สิงหาคม 2017
244   0

ภายใต้กรอบการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์5 ปี กลุ่ม ส.ส.ท. ก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืน รองรับการปรับตัวธุรกิจอุตสาหกรรมประเทศไทยแผนยุทธศาสตร์ชาติ และเทคโนโลยีดิจิทัล

วันนี้ (2 สิงหาคม พ.ศ.2560) สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นจัดงานแถลงข่าวแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี กลุ่ม ส.ส.ท. ก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืนณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯโดยมี รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)กล่าวเปิดงานพร้อมแถลงกลยุทธ์ TPA Clusterและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนให้เกียรติเข้าร่วมงาน อาทิ รศ.ดร.บัณฑิตโรจน์อารยานนท์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์เลขาธิการ สวทน.Mr.Takeshi Uchiyamada Chairman of Japan-Thailand Economic Cooperation Society (JTECS) Mr.Hirofumi Miyake Minister-Counselor สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยMr.Manabu Kahara ประธานคณะกรรมการTNI-JCC Mr.Hiroki Mitsumata ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) Mr.Hiroo Tanakaหัวหน้าสำนักงานผู้แทนJICAMr.Shinya Kuwayama ประธาน AOTSและ Mr.Yoshinori Furukawa หัวหน้าสำนักงานผู้แทน NEDO

สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท.(Technology Promotion Association or TPA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2516โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างศักยภาพขององค์กร และบุคลากรในการให้บริการ การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย ภายใต้อุดมการณ์ “เผยแพร่วิทยาการสร้างฐานเศรษฐกิจ”ตลอดระยะเวลา44 ปี ในการดำเนินกิจกรรมของส.ส.ท. มีความก้าวหน้ามาโดยลำดับ และมีความหลากหลายมากขึ้นอาทิ การฝึกอบรม ศูนย์สอบเทียบเครื่องมือ โรงเรียนสอนภาษา และจัดพิมพ์หนังสือ สรุปได้ดังนี้

  1. มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม และสัมมนาจำนวนกว่า 1,000,000 คน
  2. มีผู้เข้ารับบริการสอบเทียบเครื่องมือวัดอุตสาหกรรม เครื่องมือวัดวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม และเครื่องมือแพทย์

จำนวนกว่า 10,000 องค์กร และมีเครื่องมือวัดที่เข้ารับบริการกว่า 700,000 เครื่อง

  1. มีผู้เข้าเรียนด้านภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี และไทย จำนวนกว่า 280,000 คน
  2. มีการจัดพิมพ์หนังสือ อาทิ ภาษาและวัฒนธรรม วิศวกรรม เทคโนโลยี เทคนิคอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการ

จำนวนกว่า 1,400 รายการ และมียอดพิมพ์กว่า 6,500,000 เล่ม

พ.ศ. 2550 ส.ส.ท. ได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น หรือ ส.ท.ญ.(Thai-Nichi Institute of Technologyor TNI)โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และภาคอุตสาหกรรมในหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโทซึ่งตลอด 10 ปี นับแต่ก่อตั้งสถาบันมีผู้สำเร็จการศึกษากว่า 4,500 คน และมีอัตราเข้าทำงาน 100 เปอร์เซ็นต์

 

พ.ศ. 2558 รัฐบาลได้ประกาศใช้โมเดลประเทศไทย 4.0 หรือ Thailand4.0 เพื่อนำประเทศมุ่งสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีแผนยุทธศาสตร์ให้พื้นที่ใหม่ๆ ของอุตสาหกรรม และการเติบโตจะถูกระบุเป็น 10 S-Curves ใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ริเริ่มจัดทำโครงการระเบียง    เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC: Eastern Economic Corridor ซึ่งเป็นส่วนที่ผลักดันให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ความท้าทายสำคัญจึงเกิดขึ้นแก่ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการเพิ่มขีดความสามารถองค์กร และบุคลากร เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ อาทิ การเพิ่มผลผลิต ความสามารถด้านนวัตกรรม และการพัฒนาธุรกิจด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ ดังนั้นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันให้เป็นประเทศไทย 4.0 จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตภาคอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม  จึงได้ร่วมกันดำเนินโครงการจัดทำแผนกลยุทธ์ TPA Cluster เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ Social Innovationโดยเป็นองค์การชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนในด้านการพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์

สร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเข้มข้นเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยสู่ระดับโลก โดยอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือจากเครือข่ายที่เข้มแข็งทั้งสถาบันการศึกษาต่างๆ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม,สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.),Japan-Thailand Economic Cooperation Society or JTECSและหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้กรอบการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี กลุ่ม ส.ส.ท. ก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืนเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้ก้าวทันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับองค์กร (Stakeholders) อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ และเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่

  1. การพัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้โดยใช้ระบบสารสนเทศอย่างเหมาะสม ด้วยการเปิดหลักสูตรออนไลน์โดยใช้แพลตฟอร์ม MOOC: Massive Open Online Courseในการฝึกอบรม และการพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรเพื่อให้บริการHRD: Human Resource Development ในพื้นที่ที่จำเป็นและห่างไกลอาทิMonodzukuri ในด้านการผลิตเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมการผลิต
  2. การสร้างศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆโดยการจัดตั้งศูนย์ความเชี่ยวชาญหลายแขนง อาทิTQM,TPM, Intelligent System Integration และData Science &Analytics
  3. การสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีในสาขาเฉพาะทางด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต อาทิ ระบบอัตโนมัติ, Robotics,การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมและการบริการ
  4. การจัดตั้งศูนย์การสร้างธุรกิจใหม่สำหรับนักเทคโนโลยีและผู้ประกอบการรายใหม่ด้วยการให้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวกและผู้เชี่ยวชาญจะถูกจัดเตรียมไว้สำหรับนักเทคโนโลยีและผู้ประกอบการรายใหม่ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจบริการโดยการเชื่อมโยงการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น
  5. การขยายกิจกรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วยการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติสำหรับนักเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านการพัฒนากิจกรรมอบรมด้านเทคนิคและการแข่งขันประกวดด้านคุณภาพ

                  สำหรับการจัดงานแถลงข่าวแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี กลุ่ม ส.ส.ท. ก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืนในวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องดีมาก เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เดินหน้าผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตทันกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลก รวมถึงดึงความร่วมมือจากผู้มีความรู้ความชำนาญในสายงานต่างๆ โดยเฉพาะทั้งสององค์กร ส.ส.ท. และ ส.ท.ญ. ที่จะนำเอาประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมีเครือข่ายที่เข้มแข็งอาทิ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้สอดคล้องและรองรับการปรับตัวครั้งใหญ่ของธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่มุ่งสู่การปรับโครงสร้างของประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0  ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยอีกด้วย